วิเคาะหลังเกม

  • By admin
  • 9 ตุลาคม 2021
  • 0
  • 66 Views
วิเคาะหลังเกม คงเป็นเรื่องที่พอเข้าใจสำหรับในถิ่น คิง เพาเวอร์ ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะไปเก็บแต้มกับพวกเขาได้ง่าย โดยเฉพาะ

วิเคาะหลังเกม

“ ผี ” อดขึ้นนำฝูงเจ๊า “ จิ้งจอก

คงเป็นเรื่องที่พอเข้าใจสำหรับในถิ่น คิง เพาเวอร์ ที่ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด จะไปเก็บแต้มกับพวกเขาได้ง่าย โดยเฉพาะการเก็บชัยชนะก็คงจะเป็นเรื่องยากพอสมควร แต่สำหรับในเกม พรีเมียร์ลีก เมื่อวันเสาร์ที่ 26 ธันวาคม ที่ผ่านมา ก็เป็นเรื่องที่น่าเสียดายเป็นอย่างมากหลังจากที่ โอเล กุนนาร์ โซลชาร์ ทำได้เพียงแค่เสมอกับ เลสเตอร์ ซิตี้ 2 – 2 ทำให้พวกเขาพลาดขึ้นนำเป็นจ่าฝูงของเวที พรีเมียร์ลีก

ส่องหลังเกม แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด

สำหรับ  ดาบิด เด เคอา ผู้รักษาประตูของสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ถือว่าทำได้ดีในหลาย ๆ จังหวะและสำหรับ 2 ลูกที่พวกเขาเสียประตูให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ คงจะพอเข้าใจสถานการณ์ที่ เด เคอา ไม่สามารถป้องกันประตูได้ ซึ่งลูกยิงของ ฮาร์วี่ย์ บาร์นส์ ก็ทำได้อย่างเฉียบขาด สมราคาเพชฌฆาตของ “ จิ้งจอกสยาม ” และโดยเฉพาะในลูกที่ 2 ซึ่ง เด เคอา ไม่สามารถขยับตัวได้เลยด้วยซ้ำ หลังจากที่บอลมาแฉลบ ตวนเซเบ้ ซึ่งผู้ตัดสินในสนามก็ชี้เป็นการทำเข้าประตูของตัวเอง

วิเคาะหลังเกม

แผงหลัง

สำหรับคู่หูเซ็นเตอร์แบ็กของ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด เกมนี้ แฮร์รี่ แม็กไกวร์ และ เอริก ไบยี่ ลงสนามเป็นคู่หูดูโอ้พร้อมกันและดูเหมือนว่าผลงานของทั้งสองจะออกมาดีตลอดทั้งเกม โดยเฉพาะในฝั่งของ แม็กไกวร์ ที่เล่นลูกอากาศได้อย่างดีและสามารถตัดสินใจในจังหว่ะที่ถึงลูกถึงคนได้อย่างเฉียบขาด และ ไบยี่ ก็สามารถประกบ วาร์ดี้ ได้ตลอดทั้งเกมจนกระทั่งลูกสุดท้ายที่ตัวเขาเองปล่อยให้ วาร์ดี้ มีโอกาสยิงในนาทีที่ 85 จนแฉลบ ตวนเซเบ้ เข้าประตูตัวเอง

แผงเกมรุก

บรูโน แฟร์นานเดส ก็ยังเป็นพระเอกของงานนี้เหมือนเดิม หลังจากที่สามารถยิงประตูที่ 2 ให้ แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ขึ้นนำได้ แต่ผิดคาดขึ้นมาหน่อยนั่นก็คือ สกอตต์ แม็คโทมิเนย์ ที่เล่นได้อย่างมีความมั่นใจ คงจะเป็นเพราะผลพลอยได้จากนัดที่ชนะ ลีสด์ แต่สำหรับในนัดนี้ถึงแม้ว่า แม็คโทมิเนย์ จะสามารถพกความมั่นใจลงสนามอย่างเต็มเปี่ยม แต่สุดท้ายแล้วจังหวะของเขาก็ดูขาด ๆ เกิน ๆ จนทำให้ เฟร็ด ทำงานหนักเป็นอย่างมากในนัดนั้น กับการวิ่งไล่เก็บกวาดกองหน้า เลสเตอร์ ซิตี้ หากไม่มี เฟร็ด ในเกมนั้น

แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด อาจจะเสียมากกว่า 2 ลูกก็เป็นได้ แต่ก็เป็นที่น่าเสียดายเป็นอย่างมากหลังจาก แดเนียล เจมส์ ที่วันนี้รับบทบาทเป็นตัวรุกริมเส้นฝั่งขวาคอยกระชากลากเลื้อยทำลายระบบกองหลังของ เลสเตอร์ ซิตี้ และ เจมส์ ก็ทำได้ดีไม่แพ้ แรชฟอร์ด ที่ยืนตัวรุกริมเส้นฝั่งซ้าย ละทำได้ 1 ประตู หลังจากที่เจมส์ก็ยังสามารถทำงานกระชากลากเลื้อย เพื่อดึงพลังของเหล่าบรรดากองหลัง

“ จิ้งจอกสยาม ” ได้ตั้งแต่ช่วงครึ่งแรก แต่ตัวเขาเองต้องได้รับอาการบาดเจ็บจนถูกเปลี่ยนตัวออกในนาทีที่ 53 และ ปอกบา ห้องเครื่องตัวยกบอลระดับเวิลด์คลาสก็ลงมาทดแทน แต่ดูเหมือนว่า ปอกบา จะถูกบีบเข้ามาให้เล่นตรงกลางมากกว่า และมีบางจังหวะที่ ปอลบา ผ่านบอลให้เพื่อนเล่นยากเกินไป จึงทำให้ “ ผีแดง ” เสียโอกาสในการเข้าจบสกอร์

กองหน้าตัวเป้า

หากจะให้คะแนนนักเตะคนใดคนหนึ่งในสโมสร แมนเชสเตอร์ ยูไนเต็ด ที่เรียกว่าต่ำที่สุดก็คงจะไม่พ้น อ็องโตนี่ มาร์กซิยาล กองหน้าจอมไร้อารมณ์ของทีม หลังจากที่เขาได้รับฉายาว่าเป็น “ เสือยิ้มยาก ” และหน้านิ่งที่สุด และสำหรับฟอร์มการเล่นในนัดที่เจ้าให้กับ เลสเตอร์ ซิตี้ ฟอร์มของ มาร์กซิยาล ก็นิ่งอยู่กับที่เช่นกัน จนกระทั่งในนาทีที่ 75 ความผ่อนคลายของเหล่าบรรดาสาวก

“ ผีแดง ” ก็เริ่มกระเตื้องขึ้นมาหน่อย หลังจากที่  เอดินสัน คาวานี่ ลงมาในช่วงท้ายเกม และสิ่งที่มีติดตัว คาวานี่ นอกจากความคมและประสบการณ์ที่มีมาอย่างโชกโชน นักเตะวัย  33 ปี ยังพกความขยันลงสนามอีกด้วย และตัวเขาเองก็เป็นคนผ่านบอลให้ แฟร์นานเดส ยิงประตูขึ้นนำลูกที่ 2 ให้ “ ผีแดง ”


ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *